บาลีไวยากรณ์

Published on April 18, 2017

บาลีไวยากรณ์นี้แบ่งเป็น ๔ ภาคก่อน  คือ  อักขรวิธี  ๑  วจีวิภาค  ๑  วากยสัมพันธ์  ๑  ฉันทลักษณ์  ๑.

[ ๑ ]  อักขรวิธี  ว่าด้วยอักษร   จัดเป็น  ๒  คือ  สมัญญาภิธานแสดงชื่ออักษร  ที่เป็นสระ  และพยัญชนะ  พร้อมทั้งฐานกรณ์ ๑    สนธิ  ต่ออักษรที่อยู่ในคำอื่น  ให้เนื่องเป็นอันเดียวกัน .

[ ๒ ]  วจีวิภาค  แบ่งคำพูดออกเป็น  ๖  ส่วน  คือ  นาม  ๑   อัพยยศัพท์  ๑  สมาส  ๑  ตัทธิต  ๑  อาขยาต  ๑  กิตก์  ๑.

[ ๓ ]  วากยสัมพันธ์  ว่าด้วยการก  และประพันธ์ผูกคำพูดที่แบ่งไว้ในวจีวิภาค  ให้เข้าเป็นประโยคอันเดียวกัน.

[ ๔ ]  ฉันทลักษณ์  แสดงวิธีแต่งฉันท์  คือคาถาที่เป็นวรรณพฤทธิ์และมาตราพฤทธิ์.

อักขรวิธี  ภาคที่  ๑

สมัญญาภิธาน

[ ๑ ]  เนื้อความของถ้อยคำทั้งปวง  ต้องหมายรู้กันด้วยอักขระ เมื่ออักขระวิบัติแล้ว  ก็เข้าใจเนื้อความยาก

คำว่าอักขระ ๆ  นั้น  ว่าตามที่นักปราชญ์ท่านประสงค์  ก็เป็น  ๒ อย่าง  เป็นเสียงอย่าง  ๑  เป็นหนังสืออย่าง  ๑

เสียงก็ดี   ตัวหนังสือก็ดี  ชื่อว่าอักขระ  แปลว่า  ไม่รู้จักสิ้นอย่าง  ๑  ไม่เป็นของแข็งอย่าง ๑

[ ๒ ]  อักขระที่ใช้ในบาลีภาษานั้น มี ๔๑  ตัว คือ

อ  อา  อิ   อี  อุ  อู  เอ  โอ  ๘ ตัวนี้ชื่อว่า สระ,

ก  ข  ค  ฆ  ง,

จ  ฉ  ช  ฌ  ญ,

ฏ    ฑ  ฒ  ณ,

ต  ถ  ท  ธ  น,

ป  ผ  พ  ภ  ม,

ย  ร  ล  ว  ส  ห  ฬ  อ  ๓๓  ตัวนี้ชื่อว่า พยัญชนะ.

[ ๓ ]  ในอักขระ  ๔๑  ตัวนั้น  อักขระเบื้องต้น  ๘  ตัว  ตั้งแต่  อ  จนถึง  โอ  ชื่อสระ  ออกเสียงได้ตามลำพังตนเอง  และทำพยัญชนะ ให้ออกเสียงได้,

สระ ๘ ตัวนี้  ชื่อว่า นิสสัย เพราะเป็นที่อาศัยของพยัญชนะ

พยัญชนะ  ต้องอาศัยสระ  จึงออกเสียงได้

ในสระ ๘  ตัวนั้น   สระมีมาตราเบา ๓  ตัว  คือ  อ  อิ  อุ  ชื่อว่า รัสสะ  มีเสียงสั้น  เหมือนคำว่า  อติ  ครุ  เป็นต้น

สระอีก  ๕  ตัว  คือ  อา อี อู เอ โอ  ชื่อว่า  ทีฆะ  มีเสียงยาว  เหมือนคำว่า  ภาคี  วธู  เสโข  เป็นต้น

แต่  เอ  โอ  ที่มีพยัญชนะสังโยคคือมีตัวสะกดซ้อนอยู่เบื้องหลัง  ท่านกล่าวว่าเป็น  รัสสะ  เหมือนคำว่า  เสยฺโย  โสตฺถิ  เป็นต้น

สระที่เป็นทีฆะล้วน  และสระที่เป็นรัสสะมีพยัญชนะสังโยค หรือมีนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง  ชื่อว่า  ครุ   มีเสียงหนัก  เหมือนคำว่า  ภูปาโล  เอสี  มนุสฺสินฺโท  โกเสยฺยํ  เป็นต้น

สระที่เป็นรัสสะล้วน  ไม่มีพยัญชนะสังโยค  หรือนิคคหิตอยู่เบื้องหลัง  ชื่อว่า  ลหุ  มีเสียงเบา  เหมือนคำว่า  ปติ  มุนิ  เป็นต้น

 

สระนั้น  จัดเป็นคู่ได้  ๓  คู่  คือ      อ  อา   เรียกว่า  อวณฺโณ

อิ  อี   เรียกว่า   อิวณฺโณ

อุ  อู  เรียกว่า  อุวณฺโณ

เอ  โอ  ๒  ตัวนี้  เป็นสังยุตตสระ  คือ  ประกอบเสียงสระสองตัวเป็นเสียงเดียวกัน  ได้แก่   อ  กับ  อิ  ผสมกันเป็น  เอ,     อ  กับ  อุ  ผสมกันเป็น  โอ

พยัญชนะ  ๓๓ ตัว

อักขระที่เหลือจากสระ ๓๓ ตัว  มี  ก  เป็นต้น  มี  อํ  (นิคคหิต)  เป็นที่สุด  ชื่อว่า  พยัญชนะ ๆ  แปลว่า  ทำเนื้อความให้ปรากฏ

 

อักขระเหล่านี้  เป็นนิสสิต  เพราะต้องอาศัยสระจึงจะออกเสียงได้

พยัญชนะ  ๓๓  ตัวนี้  จัดเป็น  ๒  พวก  คือ วรรค ๑  อวรรค ๑

พยัญชนะวรรคจัดเป็น  ๕  คือ

ก  ข  ค  ฆ  ง              ๕  ตัวนี้เรียกว่า  ก  วรรค

จ  ฉ  ช  ฌ  ญ            ๕  ตัวนี้เรียกว่า  จ  วรรค

ฏ  ฐ  ฑ  ฒ  ณ           ๕  ตัวนี้เรียกว่า  ฏ  วรรค

ต  ถ  ท  ธ  น             ๕  ตัวนี้เรียกว่า  ต  วรรค

ป  ผ  พ  ภ  ม            ๕  ตัวนี้เรียกว่า  ป  วรรค

พยัญชนะ  ๒๕  ตัวนี้  เป็นพวกๆ กัน  ตามฐานกรณ์ที่เกิด  เรียกว่า  วรรค

พยัญชนะ  ๘  ตัวนี้  คือ  ย  ร  ล  ว  ส  ห  ฬ  อํ  เรียกว่า  อวรรค  เพราะไม่เป็นพวกเดียวกันตามฐานกรณ์ที่เกิด

พยัญชนะคือ  อํ  เรียกว่า  นิคคหิต  ฯ  ตามศาสนโวหาร  เรียกว่า  อนุสาร ฯ

นิคคหิต  แปลว่า  กดสระ  ฯ

อนุสาร  แปลว่า  ไปตามสระ

ฐาน  คือ  ที่ตั้ง  ที่เกิด ของอักขระ  มี  ๖  คือ  กณฺโฐ  คอ,  ตาลุ  เพดาน,  มุทฺธา  ศรีษะหรือ ปุ่มเหงือก,  ทนฺโต  ฟัน,   โอฏฺโฐ  ริมฝีปาก,  นาสิกา  จมูก

อักขระบางเหล่าเกิดในฐานเดียว  บางเหล่าเกิดใน  ๒  ฐาน  ดังนี้

อ  อา,  ก  ข  ค  ฆ  ง,  ห        ๘  ตัวนี้  เกิดในคอ   เรียกว่า  กณฺฐชา

อิ  อี,  จ  ฉ  ช  ฌ  ญ,  ย         ๘  ตัวนี้  เกิดที่เพดาน          เรียกว่า  ตาลุชา

ฎ  ฐ  ฑ  ฒ  ณ,  ร  ฬ            ๗  ตัวนี้  เกิดที่ปุ่มเหงือกหรือศรีษะ  เรียกว่า  มุทฺธชา

ต  ถ  ท  ธ  น,  ล  ส               ๗  ตัวนี้  เกิดที่ฟัน    เรียกว่า  ทนฺตชา

อุ  อู,  ป  ผ  พ  ภ  ม              ๗  ตัวนี้  เกิดที่ริมฝีปาก       เรียกว่า  โอฏฺฐชา

อํ  (นิคคหิต)       เกิดในจมูก           เรียกว่า  นาสิกฏฺฐานชา  ฯ

อักขระเหล่านี้  เกิดในฐานเดียว

 

เอ  เกิดใน  ๒  ฐาน  คือ  คอและเพดาน  เรียกว่า  กณฺฐตาลุโช

โอ  เกิดใน  ๒  ฐาน  คือ  คอและริมฝีปาก  เรียกว่า  กณฺโฐฏฺฐโช

ส่วนพยัญชนะที่สุดวรรค  ๕  ตัว  คือ  ง  ญ  ณ  น  ม  เกิดใน  ๒  ฐาน  คือ  ตามฐานเดิมของตนและจมูก  เรียกว่า  สกฏฺฐานนาสิกฏฺฐานชา ฯ

ว  เกิดใน  ๒  ฐาน  คือ ฟันและริมฝีปาก  เรียกว่า  ทนฺโตฏฺฐโช

ห  ที่ประกอบด้วยพยัญชนะ  ๘   ตัวนี้  คือ  ญ  ณ  น  ม  ย  ล  ว  ฬ  ท่านกล่าวว่าเกิดแต่อก  ที่ไม่ได้ประกอบ  เกิดในคอตามฐานของตน

 

กรณ์  คือ  ที่ทำของอักขระ  มี  ๔  คือ        ชิวฺหามชฺฌํ   ท่ามกลางลิ้น

ชิวฺโหปคฺคํ   ถัดปลายลิ้นเข้ามา

ชิวฺหคฺคํ  ปลายลิ้น

สกฏฺฐานํ  ฐานของตน ฯ

ท่ามกลางลิ้น  เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น  ตาลุชะ

ถัดปลายลิ้นเข้ามา  เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น  มุทธชะ

ปลายลิ้น  เป็นกรณ์ของอักขระที่เป็น  ทันตชะ

ฐานของตน เป็นกรณ์ของอักขระที่เหลือจากนี้ ฯ

 

เสียงของอักขระ

มาตราที่จะว่าอักขระนั้น  ดังนี้คือ  สระสั้น  มาตราเดียว    สระยาว  ๒  มาตรา

พยัญชนะทั้งปวง กึ่งมาตรา

พยัญชนะแบ่งออกเป็น ๒ ตามที่มีเสียงก้องและไม่ก้อง  ดังนี้

พยัญชนะ มีเสียงก้อง  เรียนกว่า  โฆสะ

พยัญชนะ มีเสียงไม่ก้อง  เรียกว่า  อโฆสะ

พยัญชนะที่ ๓ ๔ ๕  ในวรรคทั้ง ๕   คือ  ค  ฆ  ง,  ช  ฌ  ญ, ฑ  ฒ  ณ,

ท  ธ  น,  พ  ภ  ม,  ย  ร  ล  ว  ห  ฬ   ๒๑  ตัวนี้เป็น  โฆสะ

พยัญชนะที่ ๑ ๒ ในวรรคทั้ง ๕  คือ  ก  ข,  จ  ฉ,  ฏ  ฐ,  ต  ถ,  ป  ผ และ  ส   ๑๑  ตัวนี้เป็น  อโฆสะ

อํ   (นิคคหิต)  นักปราชญ์ผู้รู้สัททศาสตร์ท่านว่าเป็น  โฆสะ,  ส่วนนักปราชญ์ฝ่ายศาสนาท่านว่าเป็น  โฆสาโฆสวิมุตติ คือ  พ้นจากโฆสะและอโฆสะ

พยัญชนะวรรคที่เป็นโฆสะและอโฆสะ  ก็แบ่งออกเป็น ๒  ตามเสียงหย่อนและเสียงหนัก

พยัญชนะที่ถูกฐานของตนหย่อนๆ  ชื่อว่า  สิถิล

พยัญชนะที่ถูกฐานของตนหนัก บันลือเสียงดัง  ชื่อ ธนิต

พยัญชนะที่ ๑ ๓  ในวรรคทั้ง ๕  คือ  ก  ค,  จ  ช, ฏ  ฑ,  ต  ท, ป พ เป็น  สิถิล

พยัญชนะที่ ๒ ๔ ในวรรคทั้ง ๕ คือ ข  ฆ, ฉ  ฌ, ฐ  ฒ, ถ ธ, ผ ภ  เป็น ธนิต

สิถิลอโฆสะ          คือ  ก  จ  ฏ  ต  ป

ธนิตอโฆสะ          คือ  ข  ฉ  ฐ  ถ  ผ

สิถิลโฆสะ            คือ  ค  ง  ช  ญ  ฑ  ณ  ท  น  พ  ม

ธนิตโฆสะ            คือ  ฆ  ฌ  ฒ  ธ  ภ

พยัญชนะสังโยค

ลักษณะที่จะประกอบพยัญชนะซ้อนกันได้นั้น ดังนี้

ในพยัญชนะวรรค  พยัญชนะที่ ๑  ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๑ และที่ ๒  ในวรรคของตนได้

พยัญชนะที่ ๓ ซ้อนหน้าพยัญชนะที่ ๓ และที่ ๔  ในวรรคของตน

พยัญชนะที่ ๕  สุดวรรค  ซ้อนหน้าพยัญชนะในวรรคของตนได้ ๕  ตัว  เว้นแต่  ง  ซึ่งเป็นตัวสะกดอย่างเดียว

       
กกฺข

 

อคฺฆ

อคฺค

กงฺขา

สงฺฆ

 
กจฺฉ

มจฺฉ

อชฺช

มชฺฌ

กาญฺจนา

อญฺญ

 
ตตฺต

อตฺถ

อทฺธาน

 

นินฺน

ตนฺติ

อินฺทîริย

 
โอฏฺฐ

วฏฺฏ

อฑฺฒ

วุฑฺฒ

กณฺฐ

กณฺณ

ภณฺฑ

 
ปุปฺผ ปุพฺพา

อพฺภ

อมฺพ

อมฺม

 

 

 

Enjoyed this video?
"No Thanks. Please Close This Box!"